3 เทนรด์ Social media ที่คุณจำเป็นต้องรู้ในปี 2016

สำหรับบทความนี้จะพูดถึงเทรนด์การตลาด social media ซึ่งคุณจำเป็นที่จะต้องรู้สำหรับการวางแผนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ในปี 2016 มีอะไรกันบ้างเราไปดูกันเลย

เทรนด์อันดับแรกคือ ระบบการค้นหาของ Social media จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ Pinterest ประกาศระบบค้นหาผ่านฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า visual ซึ่งยูสเซอร์สามารถใช้สิ่งของในรูปภาพเพื่อสแกนค้นหาข้อมูลได้ในทันที ยกตัวอย่าง ถ้าคุณกำลังดูภาพห้องนั่งเล่น และต้องการเห็นภาพโคมไฟที่เหมือนกับในรูปนั่นหลายๆ แบบ คุณสามารถคลิกที่โคมไฟในภาพ และจากนั้นผลการค้นหาจะแสดงโคมไฟหลากหลายแบบให้คุณได้ชมได้ในทันที

บิ๊กเทรนด์ต่อมาคือเรื่อง Live social ไม่เพียงแค่แบรนด์ดังๆ ระดับโลกเท่านั่นที่จะใช้เครื่องมือวิดีโอ Live แต่ผู้คนทั่วไปซึ่งชื่นชอบความเป็นเรียลลิตี้ จะสามารถถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆ ได้ด้วย ซึ่งปัจจุบัน Social Media ต่างๆ เริ่มให้บริการเครื่องมือ Live stream กันอย่างชัด เช่น Facebook Live ที่สามารถ่ายทอดสดให้ผู้ชมได้เห็นบนไทม์ไลน์ หรือแอพ Periscope ที่ใช้ถ่ายทอดสดจากทวิตเตอร์ เป็นต้น ซึ่งแม้ว่าคุณอาจจะไม่พร้อมสำหรับการทำ Live stream แต่อย่างไรก็ตามวิดีโอก็ยังคงมีความสำคัญสำหรับกลยุทธ์การโซเชียลของคุณ

เทรนด์สุดท้ายคือ ข้อความขาเข้าจากลูกค้าผ่านโซเชียลจะมากขึ้น ทั้งนี้จากสถิติของหลายธุรกิจ พบกว่าแบรนด์ต่างๆ ได้รับข้อความ คำถาม หรือข้อสงสัยจากลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 32% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัญหาก็คือแบรนด์ยังเหล่านี้ไม่สามารถรับมือกับปริมาณคำถามเหล่านี้ได้หมด และกว่า 82% ที่ได้รับนั้นไม่ได้รับการตอบสนอง ดังนั้นนักการตลาดควรนำเอาข้อมูลนี้เข้าไปอยู่แผนกลยุทธ์ด้วย เพื่อช่วยเพิ่มการ engagement ของผู้ชมในอนาคต

3 สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ SEO ในปี 2016

SEO เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างไว เทคนิคการทำ SEO ที่ใช้ได้เมื่อปีก่อนจะใช้ไม่ได้ผลในปี 2016 ทั้งนี้เพราะ Google มีการอัพเดทอัลกอริทึมอย่างเป็นประจำ เพื่อป้องกันคนบางกลุ่มจับทางได้และนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันสแปมด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงแบบอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้คุณต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำ SEO และปรับตัวทุกครั้งที่มีการอัพเดท หรือถึงช่วงเปลี่ยนผ่านของเวลา เช่นเดียวกับในปี 2016 นี้ มีอะไรบ้างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการทำ SEO เราไปดูกัน

1.นึกถึงผู้ใช้งานมือถือให้มาก

สมัยก่อนผู้คนเข้าชมเว็บไซต์ผ่านคอมพิวเตอร์เป็นหลัก แต่ปัจจุบันมันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ผู้บริโภคแต่ละคนมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันการใช้งานสมาร์ทโฟนเพื่อค้นหาข้อมูลมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Google จึงได้นำเอาปัจจัยนี้เข้ามาคิดจัดอันดับ ranking ด้วย การมีเว็บไซต์ที่ไม่สนับสนุนการชมผ่านมือถือ อาจจะทำให้เว็บของคุณตกอันดับได้ในปีหน้า นอกจากนี้เว็บไซต์ที่ไม่รองรับมือถือส่วนมากจะโหลดข้อมูลได้ช้าเวลาเข้าชมผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งอัตราการโหลดที่ช้านี้ก็เองจะส่งผลต่อ SEO ของคุณได้ เพราะฉะนั้นควรมั่นใจว่าเว็บไซต์ของคุณรองรับการเข้าชมผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างดี และอะไรก็ตามที่ทำให้เว็บโหลดช้า ควรจัดการปรับปรุงมันซะ

2.Expressed และ Implied links

Express links เป็น hyperlinks อ้างอิงที่เรารู้จักกันทั่วไป ส่วน Implied links คือการอ้างอิง หรือการกล่าวถึงโดยปราศจาก hyperlink ไปยังเว็บไซต์นั้นๆ ซึ่งการอ้างถึงหรือกล่าวถึงเหล่านี้ จะได้รับความสนใจจาก Google โดยมันแสดงให้เห็นถึงความนิยมของคุณ และแสดงให้เห็นถึงตัวตนในตลาดนั้นๆ โดย Google จะมองว่าผู้คนพูดถึงคุณบ่อยแค่ไหน และมันก็เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักต่ออันดับด้วย หากคุณให้ความสำคัญกับการทำ Express links เพียงอย่างเดียว ในปีหน้าถึงเวลาที่คุณต้องหันมาให้ความสนใจ Implied links ด้วยเช่นกัน เพราะเจ้า Google จะใช้มันสำหรับวัดความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณด้วย

3.คอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ

เว็บไซต์ที่ดีต้องการคอนเทนต์ที่ขายได้ และมีคุณภาพที่ดีที่จะสามารถดึงดูดแขกได้ปริมาณมาก การที่จะทำให้คอนเทนต์ที่สร้างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด จะช่วยผลักดันให้คอนเทนต์ของคุณถูกพบเห็นได้มากขึ้น นอกจากนี้การแลกเปลี่ยนข้อมูล ความเห็น หรือลิงค์ กับเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมของคุณ จัดทำ FAQs และสร้างคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อหาได้อย่างดี

3 เครื่องมือ SEO ที่สำคัญในปี 2016

ในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ คือ การมีเครื่องมือที่ดีที่ช่วยให้คุณสามารถมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ช่วยประหยัดเวลา และช่วยให้การทำ SEO ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งสำหรับผมแล้ว มี 3 เครื่องมือในการจัดการ SEO ที่ผมคิดว่ามีประโยชน์และอย่างจะนำมาแชร์ให้กับคุณได้รับรู้ ไปเริ่มกันเลยครับ

1.เครื่องมือในการวิเคราะห์ Keyword

มีนักการตลาดกล่าวว่า ถ้าขาดคีย์เวิร์ดแล้ว สิ่งที่เรียกว่า SEO ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยปรกติ คีย์เวิร์ดเป็นเป็นสิ่งที่ทำให้ยูสเซอร์ที่ใช้งานเสิร์จเอนจิ้น ค้นหาเว็บไซต์ของคุณพบ ซึ่งหมายความว่าเว็บของคุณจะได้รับความนิยมมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเอาคีย์เวิร์ดเหล่านี้ไปใช้งานมากน้อยแค่ไหน ตลอด 5 ปีหลัง ความก้าวหน้าในการวิเคราะห์และค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณเครื่องมือสำคัญอย่าง Google Keyword Planner ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้นักการตลาด
พบโอกาสที่แอบซ่อนอยู่ รวมทั้งมีส่วนช่วยในการเพิ่มทราฟฟิกเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้น และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคอนเทนต์ของคุณด้วย

แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่า Keyword Planner จะให้ข้อมูลกับคุณมากมาย กระนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะมีความสามารถในการแปลงเอาข้อมูลเหล่านี้มาสร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างได้หรือไม่ ซึ่งผมอยากจะแนะนำให้ลองใช้งานเครื่องมือเหล่านี้กันดูครับ Ubersuggest ซึ่งเป็นตัวฟรี, Term Explorer และ SEMrush ซึ่งเป็นแบบเสียเงิน

2. เครื่องมือวิเคราะห์อันดับ

การได้รู้ว่าเว็บไซต์คุณอยู่อันดับที่เท่าไหร่บน ranking เป็นสิ่งที่สำคัญ มันช่วยให้คุณมีเป้าหมายในการทำการตลาดออนไลน์ ขณะเดียวกันก็เป็นตัวประเมินผลและทำให้เห็นปริมาณทราฟฟิกที่เข้าเว็บไซต์ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องไปเปิดคนหาเว็บไซต์ของคุณทีละหน้า ซึ่งทำให้เสียเวลาเป็นชั่วโมงๆ Google Search Console เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเครื่องมือฟรีไม่เสียเงิน หรือเครื่องมือ Freemium ที่จำกัดการเข้าถึงดาต้าอย่าง SEMrush และแบบเสียเงิน Authority Labs ลองไปศึกษาใช้กันดู

3. เครื่องมือที่ทำให้คอนเทนต์มีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น

คอนเทนต์ที่ดีจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของคุณ มีอันดับที่ดีใน SEO ranking ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การค้นหาไอเดียสร้างคอนเทนต์ ที่ unique และสดใหม่ เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก ซึ่งปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์ไม่เพียงแต่จะต้องให้เนื้อหาที่มีประโยชน์และสร้างการมีส่วนรวมกับทางผู้ชมแล้ว ยังต้องจะต้องมีประสิทธิภาพอำนวยความสะดวกให้กับเสิร์จเอนจิ้นด้วย ซึ่งเครื่องมืออย่าง Outdated Content Finder, Yoast WordPress Plugin และแบบเสียเงินอย่าง Buzzsumo เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณค้นพบไอเดียใหม่ๆ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคอนเทนต์ได้มากขึ้น

ลองค้นหาข้อมูลทำความรู้จักกับเครื่องมือที่ผมแนะนำกันนะครับ นักทำ SEO ที่ดีต้องขวนขวายหาความรู้ด้วยตัวเองอยู่เสมอ เพราะหากคุณหยุดหาความรู้ ไม่พัฒนาตัวเองแล้ว คงตามไม่ทันเทรนด์ SEO ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

3 ข้อควรคิด ก่อนตามเทรนด์ SEO ในปี 2016

ถ้าคุณคือนักการตลาดดิจิตอลหรือเจ้าของธุรกิจ คุณคงจะได้ยินคำเหล่านี้ผ่านหูบ่อย เช่น mobile-friendly การตลาดคอนเทนต์ หรือ voice search เป็นต้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้กลายเป็น viral เทรนด์ SEO ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปี 2016 ไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่คุณจะจับเอาประเด็นเหล่านี้มารวมตกผลึกเป็นกลยุทธ์การตลาดของคุณ คุณควรจะหยุดและไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อนว่า คุณรู้จักมันแค่ไหน และมันมีความสำคัญสำหรับคุณจริงๆ หรือไม่ เพื่อไม่ให้ความพยามยามในการทำ SEO สูญเปล่า ดังนั้น คุณควรเริ่มต้นสร้างกลยุทธ์โดยเริ่มพื้นฐานจากข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายของคุณเสียก่อน โดยตอบคำถาม 3 ข้อต่อไปนี้

1.ลูกค้าของคุณใช้งานอุปกรณ์อะไรมากที่สุด

นี่คือคำถามแรกที่คุณต้องตอบก่อนจะปรับปรุงเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับมือถือหรือไม่ จดจำไว้ว่ายังมีการใช้งานจากอุปกรณ์อื่นๆ เช่นเดียวกันกับสมาร์ทโฟน ซึ่งจากสถิติแม้ว่าคนทั่วไปจะมีชั่วโมงการใช้งานมือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์เดสทอป แต่บางธุรกิจคุณไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจกับมือถือด้วยซ้ำ ถ้ากลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายของคุณยังคงดู เคเบิลทีวี หรือรับข่าวสารจากจานดาวเทียมเป็นหลัก ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าทราฟฟิกที่เข้าเว็บไซต์ของคุณมาจากที่ไหนจะช่วยกำหนดกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพได้ โดยคุณสามารถใช้งาน Google Analytics เพื่อรับทราบข้อมูลเหล่านี้ได้ไม่ยาก

2.ลูกค้าของคุณใช้งานอุปกรณ์ของเขาทำสิ่งใด

หลังจากที่ได้รู้แล้วว่าลูกค้าของคุณใช้งานอุปกรณ์ใดมากที่สุด คำถามต่อมาคือ พวกเขาใช้ทำอะไรบ่อยที่สุด ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้สมาร์ทโฟนเพื่อเข้า Google เพื่อค้นหาข้อมูล จากการสำรวจในปี 2014 พบว่ากว่า 97% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน พวกเขาใช้งานเพื่อส่งข้อความ และ 89% เข้าเล่นอินเตอร์เน็ต นอกจากนั้นกิจกรรมยอดฮิตคือการใช้งาน voice calls หรือ video calls, ส่งอีเมล และเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจว่ากว่า 77% ของกิจกรรมบนสมาร์ทโฟน ผู้ใช้ยอมรับว่าใช้งานอุปกรณ์เพื่อหลีกเลี่ยงความเบื่อหน่าย ซึ่งหากคุณใช้ Google Analytics เข้าจับคุณก็จะรู้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นอย่างไร และอะไรที่พวกเขาทำระหว่างที่อยู่ในเว็บไซต์ของคุณ

3.ข้อมูลประเภทไหนที่ลูกค้าของคุณต้องการ
การจัดหาหรือสร้างคอนเทนต์ที่ลูกค้าของคุณต้องการเป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำการตลาดประสบผลสำเร็จ แต่กระนั้นคอนเทนต์รูปแบบไหนที่เหมาะสมกับปีหน้า ยังเป็นที่ถกเถียงกัน แต่อย่างไรก็ตาม Google และผู้คนทั่วไปเห็นพ้องกันว่า พวกเขาต้องการคอนเทนต์ที่สมบูรณ์และสามารถแก้ปัญหาให้ได้ ดังนั้น คุณไม่ควรโฟกัสอยู่กับคอนเทนต์ที่ดี มีคุณค่าเพียงอย่างเดียว แต่ควรสร้างคอนเทนต์ที่สมบูรณ์และคำนึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจขายหนังสือการ์ตูน และมีบางคนพิมพ์ค้นหาชื่อหนังสือการ์ตูน ซึ่งพวกเขาคงไมต้องการอ่านข้อมูลภายในที่ตัดมาเพียงบางส่วน แต่พวกเขาอาจจะต้องการซื้อหนังสือมากกว่า ดังนั้นคุณใส่สิ่งที่พวกเขาต้องการและมีความสมบูรณ์ที่สุด

เทรนด์ต่างๆ ที่นักการตลาดพูดถึงกันเป็นไกด์ไลน์ที่ดีในการทำ SEO โดยเฉพาะมือใหม่ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงทำตามเทรนด์ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด คุณต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และวิเคราะห์ว่าประเด็นไหนเหมาะสม หรือจำเป็นกับธุรกิจของคุณ ถ้าเกิดความสงสัยหรือไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องการตลาดออนไลน์ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ

Sticky: รับจ้างทำ SEO ราคาถูก คุ้มค่าคุ้มราคากับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

มีเว็บไซต์แล้วต้องการให้ติดหน้าแรกหรืออันดับต้นๆ ใน Google แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องยากถ้าคุณไม่รู้วิธีในการทำกันแล้วล่ะก็ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือหาบริษัทรับจ้างทำ SEO ราคาถูกมาทำให้ดีกว่า เพราะนอกจากเว็บไซต์ของคุณจะมีโอกาสได้เลื่อนอันดับขึ้นไปได้แล้ว ยังเป็นวิธีช่วยโปรโมทเว็บไซต์ที่คุ้มค่าคุ้มราคาและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทเว็บไซต์ด้วยวิธีการอื่นกันอีกด้วย สำหรับผลลัพธ์ที่คุณจะได้เมื่อเว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรกหรือมีอันดับดีๆ ก็อย่างเช่น

1. การทำ SEO คือ
การทำการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรกของ Google หรือได้อันดับที่ดีขึ้น ด้วยคำหรือ Keyword คำใดคำหนึ่งที่คุณเลือก และเมื่อเว็บไซต์ของคุณได้ขึ้นอยู่อับดับต้นๆ ของการค้นหาในแต่ละครั้ง ก็จะมีส่วนทำให้สินค้าและบริการของคุณได้รับการพิจารณาจากลูกค้าหรือผู้สนใจก่อนเจ้าอื่นๆ ที่เปิดขายสินค้าหรือบริการเหมือนกัน ซึ่งทำให้เราได้เปรียบคู่แข่งขันเพราะมีโอกาสได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำหนด Keyword เป็น “อุปกรณ์เครื่องเขียน” แล้วมีคนค้นหาคำว่า “อุปกรณ์เครื่องเขียน” เว็บไซต์ของคุณขึ้นอับดับหนึ่งก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ค้นหาจะคลิกเข้าเว็บไซต์คุณมากกว่าอันดับอื่น

2. ช่วยให้คุณสามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าบริการอินเตอร์เน็ตไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศเพียงเท่านั้น แต่ช่วยให้ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างกว้างไกลไปทั่วโลกกันเลยทีเดียว และถ้าคุณสามารถทำ SEO จนติดอันดับหนึ่งหรือหน้าแรกกันได้แล้ว และต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกเช่นกัน สิ่งสำคัญก็คือเว็บไซต์ต้องพร้อม ถ้าต้องการขยายฐานลูกค้าไปทั่วโลกควรมีเว็บไซต์เป็นแบบ 2 ภาษา เพียงเท่านี้คุณก็จะมียอดขายเพิ่มมากขึ้น โดยมีราคาค่าใช้จ่ายแบบประหยัด ดังนั้นการเลือกบริษัทรับจ้างทำ SEO ราคาถูกจึงเป็นทางเลือกที่ถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

3. ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเดิมหรือลูกค้ารายใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องการนำเสนอสินค้าหรือบริการใหม่ๆ

4. การทำ SEO ช่วยให้บริษัทหรือห้างร้านของคุณดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
เพราะส่วนใหญ่แล้วเว็บไซต์ที่จะขึ้นติดอันดับหนึ่งได้นั่น เว็บไซต์จะต้องมีข้อมูลอยู่อย่างครบถ้วน และหลากหลาย
ทราบข้อดีของการทำ SEO กันแล้ว คราวนี้ก็อย่าลืมเลือกทำกับบริษัทหรือบุคคลที่รับจ้างทำ SEO ราคาถูกแต่มีคุณภาพ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับ Google อย่างที่คุณต้องการ

เทรนด์ SEO ในปี 2016 เป็นอย่างไร เรามาหาคำตอบกัน

ปีเก่ากำลังจะผ่าน ปีใหม่ 2016 กำลังจะเข้ามา ท่านที่ทำ SEO คงจะเริ่มเตรียมตัววางแผนกับปีหน้ากันบางแล้ว SEO เป็นหนึ่งศาสตร์ความรู้ที่เริ่มจากประสบการณ์ มีการเปลี่ยนแปลงและอัพเดทในทุกๆ ปี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง จะขึ้นอยู่กับทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคในเวลานั้่นๆ และนี่คือเหตุผลที่เราอยากจะให้คุณได้ทราบว่า เราคิดอย่างไรกับเทรนด์ SEO ในปี 2016 ที่จะถึงนี้

1.ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของสมาร์ทโฟนและแอพฯ เป็นตัวกำหนดอนาคตของ SEO

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา Google ได้ปรับ Algorithm ใหม่โดยใส่ปัจจัย Mobile-Friendly Algorithm ซึ่งหากเว็บไซต์ไหนแสดงผลได้ดีบนสมาร์ทโฟน อันดับ Ranking ก็จะดีขึ้นนั่นเอง บางคนบอกว่ามันคือมหาวิบัติ mobilegeddon เลยทีเดียว และหากเว็บไซต์คุณที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการแสดงผลทางสมาร์ทโฟน ก็จะเริ่มสูญเสียอันดับตำแหน่งในเสิร์จเอนจิ้นลงไป นอกจากการนี้ การทำแอพ เป็นของตัวเองกำลังได้ความนิยม และทาง Google เริ่มต้น index เข้าไปในการค้นหาผ่านมือถือด้วย ซึ่งแน่นอนว่าในปี 2016 เราจะได้เห็นจำนวนการใช้แอพฯ ที่เพิ่มขึ้น

2. การทำ SEO Local

เมื่อการค้นหาผ่านมือถือ กลายเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยม นักการตลาดได้ตระหนักว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการค้นหาสินค้า และบริการที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงตำแหน่งที่เขาอยู่ เมื่อต้นปี 2014 ทาง Google ได้ทำการศึกษาพบว่า 80% ของผู้ใช้งานมือถือต้องการผลการค้นหาที่โฟกัสใกล้ๆ กับตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ ซึ่งหมายความว่าธุรกิจและบริษัทรับทำ SEO ควรเริ่มต้นปรับเปลี่ยนคอนเทนต์ให้เกี่ยวข้องกับสถานที่มากขึ้น ทั้งนี้เพราะคนที่มีกำลังจ่ายและต้องการซื้อสินค้า จะเริ่มต้นพิมพ์คำค้นหาเกี่ยวกับสถานที่และพวกเขาก็พร้อมที่จะเดินทางไปยังร้านค้าที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อซื้อ

3. การสร้างสรรค์คอนเทนต์แบบ interactive

อย่างที่เราทราบกันแล้วว่า คอนเทนต์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด Google ชื่นชอบที่จะให้รางวัลกับเพจเว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์ตรงประเด็น unique และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของยูสเซอร์ แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่จำกัดแค่เพียงข้อความตัวหนังสือ ภาพ หรืออินโฟกราฟฟิก เท่านั้น ปัจจุบันมีบริษัทรับทำ SEO มืออาชีพบางแห่งสร้างสรรค์แนวทางต่างๆ ที่จะให้ยูสเซอร์ ได้มีส่วนร่วม ผ่านคอนเทนต์แบบ interactive มากขึ้น และนี่เริ่มกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในปี 2016 ด้วย

4. ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของการเสิร์จค้นหาข้อมูลด้วยเสียง

โดยปรกติเรามักจะพิมพ์คีย์เวิร์ดใน google ซึ่งคีย์เวิร์ดหรือคำค้นเหล่านี้กลายเป็นตัวกำหนดการแสดงผลที่กว้างๆ และในปัจจุบันการค้นหาด้วยเสียงผ่าน แอพฯ อย่าง Google Now, Cortana และ Siri เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่า การตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ จะเฉพาะเจาะจงมากขึ้นและเป็นคำถามง่ายๆ ผ่าน device สมาร์ทโฟน ขณะเดียวกันยูสเซอร์ก็คาดหวังคำตอบที่ตรงกับคำถาม ซึ่งตรงนี้เองนักการตลาดหรือนักรับทำ SEO มืออาชีพ ต้องหันมาปรับแต่งคอนเทนต์เพื่อที่ตอบคำถามเฉพาะมากขึ้น แทนที่การให้ข้อมูลแบบพื้นๆ กว้างๆ ทั่วไป

หวังว่าเทรนด์ SEO ในปี 2016 ที่กล่าวมาทั้ง 4 ข้อจะเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด หรือผู้ที่กำลังวางแผนทำ SEO ในปีหน้าไม่มากก็น้อยนะครับ อย่างไรก็ตามคุณต้องขวนขวายหาความรู้และพยายามใช้เครื่องมือต่างๆ ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เพื่อให้ประสบความสำเร็จกับ SEO ในปีหน้าครับ

วิดีโอคอนเทนต์จะสำคัญอย่างไรในปี 2016

คอนเทนต์ที่ดีคือการนำเอาสื่อประเภทต่างเข้ามาผสมผสาน อย่างลงตัว และสื่อสารออกมาได้อย่างตรงประเด็น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบทความ รูปภาพ อินโฟกราฟฟิก วิดีโอ หรือสื่อ interactive ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ชม เช่น คำถาม หรือแบบสอบถามเก๋ๆ สิ่งเหล่านี้สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมในแนวทางที่แตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ตามยังมีนักตลาดหลายคน ที่โฟกัอยู่กับการเขียนคอนเทนต์เท่านั้น และไม่ชื่นชอบความซับซ้อนของคอนเทนต์อย่าง วิดีโอ

คอนเทนต์รูปแบบวิดีโอ อาจจะใช้เวลาในการสร้างสรรค์งานมากกว่า ใช้ความพยายามและความเชี่ยวชาญในการสร้างมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการเขียนบทความ แต่กระนั้น วิดีโอ เป็นคอนเทนต์ที่ง่ายต่อการบริโภคมากกว่าบทความทั่วไป และมันจะมีความสำคัญอย่างมากในปี 2016 ทั้งนี้เพราะ

1.เพิ่มดีมานด์ของผู้ชม

วัตถุประสงค์ของคอนเทนต์ คือการเพิ่มดีมานด์ของผู้บริโภค ทั้งนี้ การตลาดคอนเทนต์เพิ่งประสมความสำเร็จเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น เพราะผู้ชมเริ่มกระหายข้อมูลและความบันเทิงมากขึ้น ช่วง 2-3 ปีก่อนเราจะพบว่าผู้ชมสนใจคอนเทนวิดีโอมากขึ้นและเชื่อว่าในปี 2016 นี้ดีมานด์คอนเทนต์วิดีโอจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2017 วิดีโอจะครอบครอง 69% ของทราฟฟิกทั้งหมดเลยทีเดียว เพราะเหตุผล 3 ประการ

ประการแรก การขยายตัวและความเร็วของอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้คอนเทนต์วิดีโอพัฒนาขึ้นจากสมัยก่อน และยิ่งไปกว่านั้นการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตทำได้แพร่หลายมากขึ้น หมายความว่าผู้คนจะค้นหาวิดีโอ เพื่อตอบคำถามที่ตัวเองสงสัยมากขึ้นนั่นเอง

ประการที่สอง คือช่องทางเผยแพร่มากขึ้น แม้ว่า youtube จะมีจำนวนยูสเซอร์เป็นล้านคน แต่กระนั้นไม่ได้มีแค่ youtube เท่านั่นที่เป็นแพลทฟอร์มสำหรับวิดีโอ Vine ก็เริ่มได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน แม้ว่ามันจะเริ่มต้นมาไม่นาน ขณะเดียวกันยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียหลายตัว ต่างหันมาให้ความสำคัญวิดีโอมากขึ้น เช่น เฟสบุ๊กและทวิตเตอร์ ได้รวมตัวกันและนำเสนอคอนเทนต์วิดีโอบนหน้าฟีดและสามารถเล่นได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเชื่อได้ว่าในปีหน้าจะมีฟีเจอร์เกี่ยวกับวิดีโอมากขึ้นในแพลทฟอร์มเหล่านี้ และมันจะเป็นตัวส่งเสริมผู้บริโภคได้โพสและแชร์วิดีโอกันอย่างแพร่หลาย

ประการสุดท้ายคือ ความง่ายดายในการสร้างวิดีโอคอนเทนต์ ปัจจุบันเครื่องมือในการสร้างและแชร์คอนเทนต์วิดีโอได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างง่ายๆ มือถือทุกวันนี้สามารถถ่ายคลิปวิดีโอกันได้ทุกคน และสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเพื่อแชร์วิดีโอส่วนตัวได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน แพลทฟอร์มใหม่ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้สามารถอัพโหลดวิดีโอได้อย่างง่าย

2.เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะทำแคมเปญการตลาดโดยไม่ใช้วิดีโอ ในปี 2016

คำตอบสั้นๆ คือ ได้ แต่กระนั้นการอ่านหรือรับชมจะอยู่แค่ในวงจำกัด ซึ่งถ้าแบรนด์สินค้าของคุณอยู่ในตลาดนีชและมีการแข่งขันไม่มาก ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชมชื่นชอบเสพคอนเทนต์ประเภทอื่น นอกจากวิดีโอ ก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องปรับปรับกลยุทธ์มากมายในปีหน้า แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณมีคู่แข่งจำนวนมาก หรือต้องการเข้าถึงผู้ชมในระดับกว้าง วิดีโอคอนเทนต์จะกลายเป็นสิ่งที่สำคัญในแคมเปญการตลาดของคุณ

หากคุณเขียนบทความ อาจจะทำให้นักอ่านติดตามผลงานและแชร์คอนเทนต์คุณได้ แต่วิดีโอจะทำให้คอนเทนต์ได้รับความนิยม คำถามคือจะเริ่มต้นอย่างไร หลายคนคงคิดว่า การทำวิดีโอเป็นเรื่องยากและซับซ้อน เพราะไม่รู้จักเครื่องมือทำ และเชื่อว่าการสร้างคอนเทนต์วิดีโอเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ปัจจุบัน การสร้างสรรค์วิดีโอเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้น เพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟน และเวลาเพียงเล็กน้อย คุณก็สามรถสร้างผลงานคุณภาพได้ไม่ยาก ซึ่งรูปแบบของวิดีโอ จะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับคุณจะวางแผนทำอย่างไร อาจจะทำเป็นวิดีโอการสอน รีวิว การสัมภาษณ์ หรือแนะนำเรื่องต่างๆ มาเริ่มต้นทำวิดีโอเพื่อปี 2016 กันเถอะ

เกาะติดเทรนการตลาดออนไลน์ปี 2016

เหลืออีกเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น ปี 2015 ก็จะผ่านพ้นไปอีกปีหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักการตลาดจะออกมาคาดการณ์เทรนด์ในปีหน้า การทำการตลาดออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกับนับวันอินเตอร์เน็ต ก็มีวิธีการแชร์ข้อมูลข่าวสารได้หลากหลายมากขึ้น ในฐานะของนักการตลาดที่ดีคุณต้องพร้อมเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผจญกับเครื่องมือใหม่ๆ แพลตฟอร์มใหม่ๆ แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ยากลำบากเสมอ แต่มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณเกาะติดกระแสของเทรนด์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง แล้วสิ่งใดบ้างที่คุณต้องเตรียมพร้อมในปี 2016 เรามาดูกันดีกว่า

Social Media เพิ่มความสำคัญมากขึ้น

แน่นอนว่า Social Media ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการทำการตลาดออนไลน์ 2016 ปัจจุบันมีผู้ชมเข้าถึงแพลตฟอร์มโซเชียลอย่างมาก และถ้าแบรนด์สินค้าของคุณไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก Social Media มากที่ควร คุณพลาดสิ่งที่สำคัญอย่างมากทีเดียว Social Media เต็มไปด้วยผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของแบรนด์ และมันยังช่วยดึงทราฟฟิกเข้าเว็บไซต์อีกด้วย ขณะเดียวกันก็สร้างการรับรู้แบรนด์สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มือถือคือทุกสิ่ง

ลองมองรอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะอยู่บนรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ BTS หรือแม้กระทั่งบนรถเมล์ คุณจะเห็นผู้คนรอบๆ ต่างใช้งานสมาร์ทโฟนเข้าถึงโลกออนไลน์เกือบทุกคน ด้วยราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกลง คุณภาพที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันกลายเป็น device ที่คนใช้งานแซงหน้าคอมพิวเตอร์ desktop ไปแล้ว ดังนั้น การทำการตลาดออนไลน์ปี 2016 ต้องคิดถึงยูสเซอร์ที่ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งหมายความว่าเว็บไซต์แบรนด์สินค้าต่างๆ จะต้องรองรับการใช้งานผ่านมือถือ รวมทั้งการกำหนดเป้าหมายของแคมเปญการตลาด ต้องหยิบเอากลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วยเช่นกัน

คอนเทนต์จะสำคัญยิ่งขึ้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะพบว่าคอนเทนต์อยู่ในลิสของเทรนด์การตลาดออนไลน์ในทุกปี และปี 2016 ก็เช่นกัน คอนเทนต์ที่มีความเป็นธรรมชาติ ไม่บิดเบือน และตรงประเด็น จะเป็นสิ่งที่สร้างทราฟฟิก Organic ได้มากกว่าเดิมยิ่งขึ้น การบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ บนเว็บไซต์ เว็บบล็อก และโซเชียลมีเดียยังคงเป็นสิ่งสำคัญในปีหน้า

คอนเทนต์วิดีโอ

ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถชมคอนเทนต์ผ่านวิดีโอได้แทบทุกที่ และนั่นเป็นช่องทางที่สร้างการ engagement สื่อสารไปยังผู้คนนับล้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว ขณะเดียวกันช่องทางของวิดีโอ มีพื้นที่ให้เผยแพร่มากกมาย ทั้ง Facebook, Periscope, Snapchat และ YouTube ซึ่งจะได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าเดิม ผู้ชมชื่นชอบดูวิดีโอผ่านแพลทฟอร์มเหล่านี้ มากกว่าดูทีวีอย่างเช่นสมัยก่อน ดังนั้นในปี 2016 นักการตลาดควรจัดอันดับคอนเทนต์วิดีโอไว้อยู่ในระดับต้นของแผนการตลาดคุณ

การก้าวเข้าสู่ปีใหม่ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ สู่การตลาดออนไลน์ ถ้าคุณวางแผนกลยุทธ์เสียแต่ตอนนี้ ว่าควรจะต้องทำอะไรบ้าง และลงมือเตรียมตัวให้พร้อม เชื่อว่าคุณจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมโลดแล่นไปในปี 2016 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับเกาะติดเทรนด์การตลาดคอนเทนต์ในปี 2016

“ส่งมอบวัตถุดิบที่ใช่ ให้กับคนที่ใช้ ในเวลาที่เหมาะสมและถูกช่องทาง” นี่คือหลักการทำการตลาดคอนเทนต์ในปี 2016 ซึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ นักการตลาดจะต้องยกระดับคอนเทนต์ ให้ตรงตามความต้องการของผู้ชมมากที่สุด ตอบคำถามของพวกเขา หรือช่วยส่งเสริมให้พวกเขาไปยังจุดหมายที่ต้องการได้ ซึ่งบทความนี้จะแนะนำ 3 เทรนด์และทิปที่ช่วยให้คุณสามารถตามติดเทรนด์การตลาดคอนเทนต์ในปีหน้าได้ไม่ยาก มีอะไรบ้างเราไปดูกัน

1.Blogs

ปัจจุบันเราจะพบว่าของกราฟฟิกและวิดีโอมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับเอาข้อดีของประเภทสื่อเหล่านี้มาใช้สามารถทำให้สิ่งที่คุณต้องการสื่อสารโดดเด่น น่าสนใจ และเป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้อ่านได้ นอกจากนี้พยายามทำ Blog ให้รองรับและเป็นมิตรกับการเข้าถึงผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุด ส่วนเรื่องเนื้อหาของ Blog อาจจะเป็นเรื่องเบาสมองบ้าง คอนเทนต์ที่สนุกสนาน และมีความบันเทิง อย่างเรื่องราวสนุกๆ การประกวด หรือสูตรทำอาหาร หรือคำถาม ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนรวม อยากเขียน อยากตอบ

2.Video

วิดีโอเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมและสามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้มากกว่าประเภทอื่นๆ ขณะเดียวกันวิดีโอยังให้ผลตอบแทน ROI ที่ดีกว่าคอนเทนต์ตัวอื่นๆ ด้วย โดยมีการคาดการว่าปีหน้า กว่า 3 ใน 4 ของทราฟฟิกที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะมากจากคอนเทนต์รูปแบบวิดีโอ ขณะเดียวกันการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีสื่อสาร ทั้งความเร็วอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพขึ้น ช่วยขจัดอุปสรรคและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงคอนเทนต์วิดีโอได้ง่ายขึ้น ซึ่งการสร้างสรรค์วิดีโอในปีหน้า ควรลองประยุกต์สร้างวิดีโอ 360 องศาผ่านยูทูป หรือใช้งาน Live-broadcast สำหรับอีเวนต์ต่างๆ

3.Social Media

การสร้างวิดีโอ เป็นหนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นของการตลาดโซเชียล เพราะวิดีโอสามารถสร้างการ engagement ได้มากกว่ารูปภาพเฉลี่ย 62% และอัตราการแชร์เพิ่มขึ้นกว่า 43% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งแค่บน Facebook ก็มีการดูวิดีโอกว่า 8 ล้านวิวต่อวัน จากยูสเซอร์ที่มีจำนวนกว่า 500 ล้านคน ซึ่งจากการที่ Facebook ได้ทุ่มทุนซื้อแว่นสวมศีรษะ Oculus ทำให้เชื่อได้ว่าปี 2016 จะเทคโนโลยีทางด้านวิดีโอเกิดขึ้นมากมาย ขณะที่ทางด้าน Pinterest ได้ประกาศรูปแบบการค้นหาข้อมูล Visual search เพื่อให้คนที่ต้องการค้นหาอะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร สามารถค้นหาได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเครื่องมือนี้จะค้นหาภาพที่ใกล้เคียงกัน และแสดงออกมาให้ยูสเซอร์ได้เห็นทันที

นอกจากนี้ การใช้งานกราฟฟิกหรือทำอินโฟกราฟฟิกเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะกว่า 95% ของนักการตลาดระบุว่ากราฟฟิกมีประสิทธิภาพมากกว่าคอนเทนต์ข้อความทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามการออกแบบกราฟฟิกในปี 2016 ควรคำนึงถึงหลัก 3 ประการคือ ใช้งานได้ เข้าถึงได้ โหลดเร็ว พยายามทำให้เรียบง่าย และต้องแน่ใจว่าดีไซน์เหมาะสม ทั้งขนาด ฟอร์แมต และ device ของผู้ชม

4 เทรนด์มาร์เกตติ้งที่จะสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าในปี 2016

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป นี่เป็นคำถามที่หลายคนต่างสงสัยเวลาพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของการตลาดดิจิตอล
ผู้นำการตลาดจะมองไปข้างหน้าเพื่อคาดการณ์และเตรียมตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันหลายแบรนด์สินค้าไม่ค่อยใส่ใจกับความสำคัญของมือถือที่มีอิทธิพลกับชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมายอย่างมาก ซึ่งต่อไปนี้เป็นไกด์ไลน์สุดยอดเทรนด์การตลาดมือถือ ซึ่งคุณต้องให้ความใส่ใจอย่างยิ่ง

ขณะที่ปัจจุบันการใช้อุปกรณ์มือถือเติบโตอย่างต่อเนื่อง และแอคเคาท์ที่ใช้งานผ่านแพลทฟอร์มมือถือมีมากถึง 60% ของผู้ใช้มีเดียดิจิตอลทั้งหมด มีการคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2017 ตลาดโมไบล์คอมเมิร์ทจะเติบโตขึ้นถึง 25% ของยอดขาย e-commerce ทั้งหมด และกว่าครึ่งของผู้บริโภคเชื่อว่ามือถือคือเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้า และกว่า 44% ระบุว่าพวกเขาสนใจที่จะรับข้อเสนอโดยตรงผ่านมือถืออีกด้วย

1.Google กับแอพฯและมือถือ

ในช่วงกลางปี 2015 Google ได้สร้างความแตกตื่นให้กับนักการตลาดโดยการอัพเดทอัลกอริทึมล่าสุดเกี่ยวกับมือถือ ซึ่งหลาย คนเรียกว่า Mobilegeddon เป็นสัญญาณเตือนว่ามือถือจะมีความสำคัญมากที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์ มีการเรียกร้องให้ ปรับแต่งเว็บไซต์รองรับมือถือ และพัฒนาออกแบบแอพฯ มือถือที่ดี และการทำกลยุทธ์การตลาดใดๆ ต้องคำนึงถึงมือถือเป็นอันดับแรกก่อน เทรนด์นี้จะเร่งตัวอย่างแรงในปีหน้า

2.โฆษณาหันมาจับช่องทาง Social Media แอพฯ และวิดีโอมากขึ้น

อะไรคืออนาคตของโฆษณา เมื่อ 2-3 ปีก่อน การโฆษณาบนโลกออนไลน์ดูราบรื่นไม่มีปัญหา แต่ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างโฆษณาและอินเตอร์เน็ตซับซ้อนยิ่งขึ้น การลงโฆษณาต้องต่อสู้กับซอฟแวร์และ add-ons บล็อกโฆษณา ดังนั้น สิ่งที่เป็นความหวังเดียวในการสร้างการมีส่วนรวมของผู้บริโภคของแบรนด์ต่างๆ คือ ช่องทางโซเชียลมีเดีย แอพฯ มือถือ และวิดีโอนั่นเอง

3.Proximity marketing

Proximity marketing คือวิธีการใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีมือถือทางด้านโลเคชั่น เพื่อจะสื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภคผ่านอุปกรณ์มือถือ สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค รวมทั้งนำเสนอคอนเทนต์ที่ถูกจริต เวลาที่พวกเขาเข้ามายังร้านค้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งร้านค้า Retail คาสิโน คลับสปอร์ต สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำแคมเปญการตลาดได้

ในทุกวันนี้ การตัดสินใจซื้อสินค้านั้นมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมของผู้บริโภคมีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ดังนั้น การครีเอทแคมเปญการตลาดเราต้องดีไซน์และสร้างออกมาให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยอาศัยประโยชน์จากเทรนด์ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น